กติกาการให้คะแนนและระบบเซตที่ใช้ในทุกการแข่งขันของ BWF

Browse By

กติกาการให้คะแนนคือหัวใจของกีฬาแบดมินตัน เพราะทุกแต้มที่เกิดขึ้นในสนาม ไม่ได้มีแค่ผลต่อชัยชนะในแมตช์ แต่ยังมีผลต่อคะแนนสะสมอันดับโลก (BWF World Ranking) และแรงก์ของนักกีฬาในระบบการแข่งขันทั่วโลกด้วย

ระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้รับการกำหนดและควบคุมโดย สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่รับรองกติกามาตรฐานเดียวกันทุกประเทศ เพื่อให้การแข่งขันทุกสนามมีความยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้

แฟนกีฬาและผู้เล่นมือสมัครเล่นที่อยากเข้าใจระบบนี้ให้ลึก สามารถติดตามข้อมูลทางการและผลคะแนนเรียลไทม์จากเว็บไซต์ufabet เล่นผ่านมือถือ รองรับ iOS และ Androidซึ่งรวบรวมข้อมูลการให้คะแนน กฎการแข่งขัน และการอัปเดตจากทัวร์นาเมนต์ระดับโลกแบบครบถ้วน

กีฬาแบดมินตัน

จุดเริ่มต้นของระบบคะแนนแบดมินตัน

กีฬาแบดมินตันเริ่มต้นจากกติกาแบบ “เซตละ 15 คะแนน” ที่ใช้เฉพาะผู้เสิร์ฟเป็นผู้ได้แต้ม ซึ่งใช้มาตั้งแต่ยุค 1930–1990
แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การแข่งขันต้องกระชับ เข้าใจง่าย และเหมาะกับการถ่ายทอดสด BWF จึงเริ่มทดลองระบบใหม่หลายแบบ

ในที่สุด ในปี 2006 ได้มีการประกาศใช้ระบบมาตรฐานใหม่อย่างเป็นทางการคือ

🎯 ระบบ 3 เซต (Best of 3 Games) เซตละ 21 คะแนน (Rally Point System)

และจนถึงปัจจุบัน นี่คือระบบที่ใช้ในการแข่งขันทุกระดับทั่วโลก ทั้ง World Championships, Olympic Games, World Tour, Thomas & Uber Cup และแม้แต่รายการเยาวชน


หลักการของระบบ Rally Point (ระบบ 21 แต้ม)

รูปแบบการแข่งขัน

  • แบดมินตันใช้ระบบ ชนะ 2 ใน 3 เซต (Best of 3 Games)
  • แต่ละเซตใช้คะแนน 21 แต้ม
  • ทุกครั้งที่ลูกแบดตกลงพื้นไม่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้เสิร์ฟ ฝ่ายที่ได้แต้มจะได้สิทธิ์เสิร์ฟต่อ

กล่าวคือ ทุกการเล่น (Rally) จะต้องมีการได้แต้มเสมอ — นี่คือที่มาของคำว่า “Rally Point System”


วิธีนับคะแนน

  • ชนะหนึ่งเซต: ฝ่ายใดถึง 21 คะแนนก่อน และมีคะแนนนำอย่างน้อย 2 แต้ม (เช่น 21–19)
  • ถ้าคะแนนเสมอที่ 20–20: การแข่งขันจะดำเนินต่อจนกว่าฝ่ายใดนำ 2 แต้ม เช่น 22–20, 23–21
  • แต่ถ้าสูงสุดถึง 29–29: ใครได้แต้มที่ 30 ก่อน เป็นฝ่ายชนะเซตทันที (30–29)

ตัวอย่างการจบเซต

สถานการณ์ผลลัพธ์ผู้ชนะเซต
21–18ฝ่ายที่ได้ 21 คะแนน
22–20ฝ่ายที่นำ 2 แต้มก่อน
30–29ฝ่ายที่ถึง 30 ก่อน

การเปลี่ยนฝั่ง (Change of Ends)

เพื่อให้การแข่งขันยุติธรรม เนื่องจากสภาพแสงและลมในสนามอาจแตกต่าง BWF กำหนดให้มีการเปลี่ยนฝั่งตามกติกาดังนี้:

  1. หลังจบ เซตที่ 1
  2. หลังจบ เซตที่ 2 (หากยังไม่จบการแข่งขัน)
  3. ใน เซตที่ 3 เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ 11 คะแนน

ผู้ตัดสินจะประกาศ “Change Ends” ให้ผู้เล่นเปลี่ยนฝั่งทันที


การเสิร์ฟ (Service) และการได้แต้ม

หลักการเสิร์ฟ

  • ผู้เสิร์ฟต้องตีลูกในแนวทแยงลงพื้นอีกฝั่ง
  • ต้องเสิร์ฟใต้ระดับเอว (Waist) และไม้ต้องไม่อยู่เหนือมือขณะสัมผัสลูก
  • การเสิร์ฟที่ผิด (Fault) เช่น เสิร์ฟพ้นเส้นหรือไม่ข้ามตาข่าย จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้แต้ม

ระบบเสิร์ฟในประเภทเดี่ยว

  • ผู้เสิร์ฟยืนในฝั่งขวาเมื่อคะแนนเป็นเลขคู่ (0, 2, 4, …)
  • ยืนฝั่งซ้ายเมื่อคะแนนเป็นเลขคี่ (1, 3, 5, …)

ระบบเสิร์ฟในประเภทคู่

  • มีเพียงฝ่ายที่ได้แต้มเท่านั้นที่จะได้สิทธิ์เสิร์ฟต่อ
  • หลังจากเสียแต้ม สิทธิ์เสิร์ฟจะย้ายไปอีกฝ่ายทันที
  • คู่ที่เสิร์ฟจะสลับตำแหน่งระหว่างฝั่งขวา–ซ้ายทุกครั้งที่ได้แต้ม

Fault (การฟาวล์) ที่ทำให้เสียแต้ม

BWF กำหนดข้อห้ามในการเล่นไว้ชัดเจน หากผู้เล่นทำผิดจะเสียแต้มทันที ได้แก่

  1. เสิร์ฟพลาด (ลูกออกหรือไม่ข้ามตาข่าย)
  2. ตีลูกก่อนที่ลูกข้ามตาข่าย
  3. ลูกแบดตกนอกเส้นสนาม
  4. ลูกโดนร่างกายหรือเสื้อผ้า
  5. แตะตาข่ายด้วยไม้หรือร่างกาย
  6. ขยับร่างกายหรือส่งเสียงรบกวนฝ่ายตรงข้าม
  7. ใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดระหว่างเสิร์ฟ

การฟาวล์เหล่านี้อยู่ในการควบคุมของ ผู้ตัดสินกลาง (Umpire) และ ผู้กำกับเส้น (Line Judge) ซึ่งสามารถใช้เทคโนโลยี Hawk-Eye Challenge เพื่อยืนยันผลได้


การนับเวลาและการพักระหว่างเกม

BWF กำหนดเวลาการแข่งขันไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อให้การแข่งขันไม่ยืดเยื้อเกินไป

ช่วงเวลาเวลาพัก
ระหว่างเกมในแต่ละเซต60 วินาที (เมื่อฝ่ายใดถึง 11 คะแนน)
ระหว่างเซต120 วินาที (2 นาที)
ระหว่างลูกแต่ละแต้มไม่เกิน 20 วินาที

นอกจากนี้ยังมีกฎ “Time Violation” หากผู้เล่นถ่วงเวลาโดยไม่จำเป็น ผู้ตัดสินสามารถให้ใบเตือน (Yellow Card) หรือปรับแพ้ได้


การควบคุมการแข่งขันโดยผู้ตัดสิน

ในทุกการแข่งขันภายใต้ BWF จะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมดังนี้:

  • Umpire (ผู้ตัดสินหลัก): ควบคุมเกมและประกาศคะแนน
  • Service Judge (ผู้ตัดสินการเสิร์ฟ): ตรวจสอบความถูกต้องของการเสิร์ฟ
  • Line Judges (ผู้กำกับเส้น): ตรวจสอบลูกเข้า–ออก
  • Referee (ผู้ควบคุมสนามทั้งหมด): ตรวจสอบกติกาและดูแลความเรียบร้อยโดยรวม

นอกจากนี้ยังมี ระบบเทคโนโลยี Hawk-Eye ที่ช่วยตัดสินกรณีลูกเฉียดเส้น โดยผู้เล่นแต่ละฝ่ายสามารถใช้สิทธิ์ “Challenge” ได้ 2 ครั้งต่อเกม


ระบบการให้คะแนนพิเศษในประเภททีม

สำหรับรายการประเภททีม เช่น Thomas Cup, Uber Cup, Sudirman Cup

  • ใช้ระบบคะแนนแบบเดียวกัน (21 แต้ม 3 เซต)
  • แต่ตัดสินผลการแข่งขันจากการชนะ “แมตช์รวม” 3 ใน 5 ประเภท

ตัวอย่างเช่น ใน Sudirman Cup:

  • ถ้าทีม A ชนะ 3 แมตช์แรก (ชายเดี่ยว, หญิงเดี่ยว, คู่ผสม) จะเป็นผู้ชนะทีมทันที
  • อีก 2 แมตช์ที่เหลือจะไม่ต้องแข่งขันต่อ

การใช้เทคโนโลยีและ AI ในระบบให้คะแนน

BWF เป็นหนึ่งในองค์กรกีฬาที่นำ AI และ Data Analytics มาใช้ในการควบคุมระบบคะแนนและเซต

เทคโนโลยีสำคัญได้แก่:

  • BWF Tournament Software: ระบบเก็บคะแนนอัตโนมัติจากทุกสนาม
  • Hawk-Eye Vision: ตรวจจับลูกออก–เข้าแบบ 3D แม่นยำระดับมิลลิเมตร
  • AI Umpire Assistant: ระบบช่วยผู้ตัดสินในการตรวจจับ Fault การเสิร์ฟ
  • Data Tracking System: วิเคราะห์ความเร็วลูก เส้นทางการเคลื่อนที่ และรูปแบบการเล่น

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางของ BWF เพื่อใช้พัฒนาเกมและฝึกนักกีฬาในอนาคต


การเปรียบเทียบระบบคะแนนเก่าและใหม่

ระบบเก่า (15 คะแนน)ระบบปัจจุบัน (21 คะแนน)
นับแต้มเฉพาะฝ่ายที่เสิร์ฟทุก Rally มีการได้แต้ม
เกมยาว ใช้เวลานานเกมกระชับ ดูง่าย
เหมาะกับนักป้องกันเหมาะกับเกมรุกและการบุกเร็ว
ไม่มีเสมอเกิน 15มี Deuce ถึง 30 แต้ม
ไม่เหมาะกับถ่ายทอดสดเหมาะกับยุคโทรทัศน์และออนไลน์

การเปลี่ยนมาใช้ระบบ 21 แต้มทำให้แบดมินตันดูตื่นเต้นขึ้นและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก


การทดสอบระบบใหม่ของ BWF

ในช่วงปี 2022–2024 BWF เคยทดลองระบบ “Best of 5 Games to 11 Points” เพื่อเพิ่มความเร็วของเกมทางเข้า ufabet ออโต้ เข้าเร็วไม่สะดุดและความเข้มข้นในแต่ละ Rally
แต่หลังจากการทดสอบ พบว่าระบบ 21 แต้มยังเหมาะสมกับการถ่ายทอดและแฟนกีฬาในวงกว้างที่สุด

ดังนั้น BWF จึงยังคงใช้ระบบเดิมต่อไปจนถึงปัจจุบัน


ตัวอย่างการแข่งขันจริง

  • All England 2023: Viktor Axelsen ชนะ Shi Yuqi ด้วยคะแนน 21–14, 18–21, 21–12
  • Thailand Open 2024: บาส–ปอป้อ ชนะคู่ญี่ปุ่น 21–17, 21–19
  • Olympic Tokyo 2020: Chen Long แพ้ Axelsen 15–21, 12–21

จากผลข้างต้นจะเห็นว่าทุกแมตช์ใช้ระบบ 21 แต้ม 3 เซตตามมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก


ผลกระทบของระบบคะแนนต่อกลยุทธ์การแข่งขัน

ระบบ 21 แต้มส่งผลต่อรูปแบบการเล่นอย่างมาก นักกีฬาจำเป็นต้อง

  • เน้น “จังหวะเปิดเกม” และ “การบุกเร็ว”
  • ลดการเล่นแบบตั้งรับยืดเยื้อ
  • บริหารพลังงานและสมาธิในแต่ละเซต

นักกีฬารุ่นใหม่อย่าง Viktor Axelsen และ Tai Tzu Ying จึงมีสไตล์การเล่นที่เน้นพลัง ความเร็ว และจังหวะรุกตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งเข้ากับระบบใหม่นี้อย่างลงตัว


บทสรุป: ระบบเซตและการให้คะแนนคือหัวใจของแบดมินตันยุคใหม่

กว่า 15 ปีที่ BWF ใช้ระบบ 21 แต้มแบบ Rally Point ระบบนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเหมาะสมที่สุด ทั้งในแง่การแข่งขัน กีฬาอาชีพ และความตื่นเต้นของผู้ชม

มันคือระบบที่ผสมผสานระหว่าง “ความยุติธรรม ความเร็ว และความลุ้นระทึก” ได้อย่างลงตัว และกลายเป็นมาตรฐานระดับโลกที่ไม่มีองค์กรกีฬาใดเทียบได้

สำหรับแฟนกีฬาและนักวิเคราะห์ที่ต้องการติดตามคะแนนสด ตารางแข่งขัน และบทวิเคราะห์ของทุกแมตช์จากรายการ BWF World Tour ทั้งระดับ Super 1000, 750, 500, 300, 100 สามารถเข้าไปได้ที่คาสิโน ufabet เว็บตรง ครบทุกเกมเดิมพันซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลกีฬาแบดมินตันที่ครบที่สุดในประเทศไทย